ยินดีต้อนรับสู่...
โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือใน
พระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่
 
สถิติผู้เข้าชม


Free web hostingWeb hosting 
สมุดเยี่ยม
สมุดเยี่ยม

Best Practice
กิจกรรมนำความรู้จากบ้านสู่โรงเรียน : จากโรงเรียนสู่บ้าน
นางสาวศิริวรรณ  อ่อนเกตุ   ตำแหน่ง ครูชำนาญการ 
โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ 
********* 

1.สภาพโดยทั่วไป 
                                โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ จัดการเรียนการสอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น (ตาบอด) ตั้งแต่ระดับปฐมวัย – ระดับมัธยมศึกษา และฝึกวิชาชีพ ปัจจุบันมีนักเรียนจำนวน  206 คน  มีครู - บุคลากร จำนวน 56 คน
สำหรับนักเรียนระดับปฐมวัย มี 3 ห้องเรียน มีนักเรียนจำนวน  23 คน มีครูผู้สอน 
จำนวน 6 คน ประกอบด้วย ระดับชั้นอนุบาล 1/1,1/2 และ อนุบาล 2 ในชั้นเรียนเดียวกันนักเรียนมีความแตกต่างกันอย่างหลากหลาย เช่น อายุ ( 4 ปี - 12 ปี), การใช้ภาษาไทย ,พื้นเมือง,อังกฤษ,ชาวเขาหลากหลายเผ่าซึ่งในเบื้องต้นนักเรียนบางคนไม่สามารถใช้ภาษาไทย ,ความสามารถในการช่วยเหลือตนเองในเบื้องต้น ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีนักเรียนที่มีความพิการอื่นร่วมด้วย (พิการซ้อน ) เช่น ตาบอดและหูหนวกร่วม ,ตาบอดและร่างกายร่วม,ตาบอดและสติปัญญาร่วม,ตาบอดและเรียนรู้ช้าร่วม ฯลฯ ความไม่เท่ากันในศักยภาพรายบุคคลทำให้การจัดประสบการณ์เป็นไปด้วยความลำบาก ครูต้องประเมินและพัฒนานักเรียนเป็นรายบุคคลโดยใช้ตัวนักเรียนเป็นพื้นฐานในการจัดประสบการณ์ 
                                ในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนานักเรียนสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงนอกจากตัวนักเรียน และหลักสูตรการศึกษาแล้ว พบว่าวัฒนธรรมการเลี้ยงดู และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แวดล้อมชีวิตนักเรียนอยู่เป็นปัจจัยสำคัญที่ครูต้องใช้เป็นบริบทในการพัฒนาด้วย  ทั้งนี้ บุคคลสำคัญที่มีผลกับนักเรียนตั้งแต่ก่อนมาถึงโรงเรียน ระหว่างเรียน และเมื่อจบการศึกษา คือ ผู้ปกครอง การแนะนำผู้ปกครองในเรื่องการเลี้ยงดูเด็กตาบอดที่ถูกต้องจะช่วยส่งผลให้นักเรียนพัฒนาไปตามพัฒนาการที่สมวัย และเต็มตามศักยภาพ ขณะเดียวกันความรู้จากผู้ปกครองที่ใกล้ชิดนักเรียนตั้งแต่เกิดและรู้บริบทของวัฒนธรรมรอบตัวนักเรียนจึงมีประโยชน์ต่อครูผู้สอนด้วยเช่นกัน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันจากครู ผู้ปกครอง ชุมชน และทีมงานจึงมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนานักเรียน 
                                โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือฯ และคณะครูระดับปฐมวัยตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเพื่อดูแลนักเรียนอย่างถูกวิธีตั้งแต่ก่อนเข้าเรียนใน 
สถานศึกษา ระหว่างศึกษาในโรงเรียน และเคารพในความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวนักเรียนจากผู้ปกครองจึงจัด

 

กิจกรรมนำความรู้จากบ้านสู่โรงเรียน : จากโรงเรียนสู่บ้าน ขึ้น

 

2.การดำเนินงาน 
                                1.วางแผน/เตรียมการดำเนินงาน
                                2.ดำเนินการตามกำหนด
                                                2.1 ประสานผู้เกี่ยวข้อง (ครูผู้สอนระดับปฐมวัย, พ่อ แม่, ผู้ปกครอง, บุคคลที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน และผู้นำชุมชน ฯลฯ)
                                                2.2 สำรวจ/หาข้อมูลเด็กตาบอดและถึงวัยเข้าศึกษาต่อในโรงเรียน
                                                2.3 เดินทางไปหาเด็กที่บ้านเพื่อหาข้อมูลและให้ความรู้ผู้ปกครองและบุคคลในชุมชนโดยให้คำแนะนำเรื่องการเลี้ยงดูเด็กตาบอดตามบริบทและสิ่งแวดล้อมรอบตัวนักเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมเด็กก่อนเข้าศึกษาในโรงเรียน และหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวนักเรียนไว้เป็นพื้นฐานเพื่อพัฒนาเมื่อเข้าสู่ระบบโรงเรียน
                                                2.4 เดินทางเยี่ยมบ้านนักเรียนระดับปฐมวัยในกรณีที่ต้องการการช่วยเหลือ หรือครูต้องความร่วมมือจากผู้ปกครองเป็นกรณีพิเศษโดยครู และผู้ปกครองวางแผนการพัฒนานักเรียนร่วมกันอย่างต่อเนื่องทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน
                                                2.จัดประชุมให้ความรู้ผู้ปกครองภาคเรียนละ 2 ครั้ง (เปิดและปิดภาคเรียน)
                                3. ติดตามประเมินผลระหว่างการดำเนินกิจกรรมเพื่อแก้ไข ปรับปรุงการทำงาน 
                                4. สรุปผลการดำเนินงานเพื่อเผยแพร่ 
                                5. วางแผนการดำเนินการต่อเนื่องเพื่อตรวจสอบโดยติดตามผลการพัฒนาของเด็กที่ผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่เริ่มต้น (ก่อนเข้าเรียน) 
                                จากการดำเนินการดังกล่าวทำให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ระดับปฐมวัย โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือฯ ได้รับความรัก ความเข้าใจ และได้รับการพัฒนาอย่างสอดคล้องกับสภาพของนักเรียนตามบริบท อยู่บนความเป็นจริงแห่งชีวิต และต่อเนื่อง สอดคล้องกับวัฒนธรรมของครอบครัว และชุมชนที่แวดล้อมตัวนักเรียน นักเรียนมีความสุขในการเรียนรู้ ผู้ปกครองมีความพึงพอใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการพัฒนานักเรียน ครูและผู้ปกครองมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน การให้คำแนะนำของครูมีความถูกต้องและสอดคล้องกับความต้องการของครอบครัวนักเรียน และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง  ชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ ยอมรับในตัว
นักเรียนและครอบครัวที่มีบุตรตาบอดว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน จึงให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี


3.ปัจจัยเกื้อหนุน
 
                                สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดโครงการขยายโอกาสทางการศึกษา เพื่อพัฒนาเด็กพิการได้ทั่วถึงเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มในปีงบประมาณปี  2549 เป็นปีแรก และให้ดำเนินการต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2550 โดยให้โรงเรียนการศึกษาพิเศษ 
ในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษดำเนินการแบบบูรณาการร่วมกับองค์กรเครือข่ายในชุมชนทั้งองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และพ่อแม่ ผู้ปกครองเด็กพิการ เพื่อแก้ปัญหาเชิงปริมาณเด็กพิการที่ไม่ได้เข้าเรียนหรือได้รับบริการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และปฐมวัย และปัญหาเชิงคุณภาพคือกลุ่มเด็กพิการที่ได้เข้าเรียนแล้วแต่ยังขาดการเตรียมความพร้อมและการดูแลจากบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง และสืบเนื่องจากปัญหาการดูแลนักเรียนตาบอดที่ไม่ถูกต้องในเบื้องต้น(ก่อนเข้าเรียน)ส่งผลให้การเรียนรู้ของนักเรียนเป็นไปไม่เต็มศักยภาพ ผู้บริหารโรงเรียนและคณะครูระดับปฐมวัย จึงมีความเห็นตรงกันว่าต้องแก้ไขตั้งแต่เบื้องต้นจึงสามารถแก้ปัญหาได้อย่างครบวงจรจึงร่วมกันจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นอย่างต่อเนื่องและจะติดตามผลเพื่อการพัฒนาต่อไป


4.ความภาคภูมิใจ                

                                จากการจัดกิจกรรมนำความรู้จากบ้านสู่โรงเรียน : จากโรงเรียนสู่บ้าน สิ่งที่คณะทำงานภาคภูมิใจ คือ ความรักความเข้าใจกันด้วยดี ที่เกิดขึ้นระหว่างครูกับผู้ปกครอง เนื่องจากผู้ปกครองนักเรียนพิการส่วนใหญ่มักมีความรู้สึกที่ไม่ดีนักต่อการเปิดเผยให้สังคมรับรู้ในความพิการของบุตร ความอึดอัดที่ดูเหมือนจะไม่มีใครช่วยเหลือได้ ได้รับกำลังใจจากครู ผู้ปกครองที่มีบุตรพิการด้วยกัน ชุมชนที่ตระหนักรู้ในด้านการให้ความช่วยเหลือมีมากขึ้น ความเหินห่างระหว่างครูกับผู้ปกครองลดลง การสื่อสารกันที่ไม่เข้าใจได้รับการช่วยเหลือจากคนกลาง  คือผู้นำชุมชน และผู้ปกครองด้วยกัน การรับรู้ว่ายังมีเด็กตาบอดเหมือนลูกของเราอีกหลายคนทำให้ภาระในใจผ่อนคลาย ตัวอย่างนักเรียนตาบอดที่ได้รับการพัฒนาและประสบความสำเร็จในชีวิตช่วยให้เกิดกำลังใจที่เข้มแข็งในการเลี้ยงดูบุตร ความสงสารที่ทำให้การดูแลโดยไม่ให้ลูกทำอะไรเลยจนกลายเป็นการทำร้ายลูกเพิ่มขึ้นได้รับการชี้แนะที่ถูกทาง คำแนะนำของครูตั้งอยู่บนพื้นฐานของวัฒนธรรมท้องถิ่น และสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวโดยไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและสามารถปฏิบัติได้จริง ส่งผลให้เด็กตาบอดได้รับโอกาส มีการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่โรงเรียน  นักเรียนได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งในอนาคตปัญหาต่างๆที่เคยเกิดขึ้นคงน้อยลง และนักเรียนของเราจะได้รับการพัฒนาให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่  ดังนี้

                                “ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม สามารถเรียนรู้ด้านวิชาการ งานอาชีพ ดนตรี กีฬา เต็มตามศักยภาพและดำรงชีวิตอย่างพอเพียงอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข” 
  


Copyright (c)2008 Chiangmai School For The Blind
Powered by: โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือฯ 41 ถนนอารักษ์ ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ. เชียงใหม่ 50200 โทรศัพท์ 0-5327-8009